Profil de SuthisarSuthisarPhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
Suthisarผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
5 juin Fly me to RayongFly me to the starry sky กลับมาแล้วจ๊ะ...หลังจากไปพักผ่อนที่ระยองมา บรรยากาศป่าเขา ลำธาร และ แสงดาว Somewhere only u n' me know แต่ทริปนี้ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ นอกจากชมบรรยากาศในภาพ มุมจากศาลานั่งกินเหล้า ณ เวลานั้นคือ สี่โมงเย็นโดยประมาณ สะพานไม้ในยามเช้า ดอกไม้อะไรไม่รู้ แต่สวยดี
ปล.ที่ตั้งชื่อว่าเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่เหตุผลอะไร นอกจากความรู้สึกอิสระที่ตามหามานาน วันที่ 5 - 8 มิถุนายน มีงานเทศการเที่ยวเมื่องไทยที่อิมแพค เมืองทองธานีนะจ๊ะ แพคเกจเที่ยวมากมาย ใครจะรวมกลุ่มไปเที่ยวไหนบอกเราด้วย อยากเที่ยวมากมาย
สรุปสถานการณ์ชีวิตตอนนี้ เรากลับมาโสดอย่างเป็นทางการ กลับมามีชีวิตอิสระที่ตามหามานาน เหตุผลที่เราพูดไป กลับเป็นเหตุผลที่ไม่มีน้ำหนักพอ แต่เราปล่อยไป เพราะมันถึงเวลาแล้ว ความรู้สึก แม้เหงา แต่ไม่เศร้า เพราะมีเพื่อนๆ และสิ่งต่างๆให้ทำมากมาย ทำงาน เรียนปริญญาโท การกดดัน หรือ พยายามทำให้ความรู้สึกเราแย่ลงเท่าๆกับที่เขาเป็นอยู่ "ไม่สำเร็จ" จากที่รู้สึกเสียดาย และรอเวลาที่จะกลับไป คงไม่มีอีกแล้ว เราบอกแล้วว่า สาเหตุจริงๆมาจากไหน... แต่เมื่อปิดกั้นความรู้สึก และ ความจริง คงไม่มีอะไรต้องอธิบาย เราสามารถดูแลตัวเราเองได้ และดีกว่าที่จะมีคนอื่นมาดูแล เราใส่ใจความรู้สึกกับคนที่เข้าใจเรา ถ้ารู้สึกว่าไม่ใส่ใจ แสดงว่าไม่เข้าใจ เราไม่ใช่ผู้หญิงที่เข้าใจยาก และไม่ได้สร้างขอบเขตเพื่อปิดกั้นตัวเรา แต่สิ่งที่เราทำไป เรากำลังทลายกำแพงขอบเขต เพื่ออิสระของเรา การที่จะเลิกรักใครสักคน แม้จะมีเหตุผลที่อีกฝ่ายที่ถูกเลิกรักฟังแล้วไม่เข้าใจก็ตาม เรายังเชื่อว่าเราไม่ผิด และเขาก็ไม่ผิดที่จะไม่เข้าใจ ความรักไม่ใช่เรื่องผิด และการเลิกรักก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การที่ไม่รักตัวเองนั่นผิด สร้างความสุขให้แก่ตัวเองโดยที่ไม่เดือดร้อนผู้อื่นสิสำคัญ เพราะชีวิตคนเราไม่ยืดไม่ยาวสักเท่าไหร่ 3 février กลับมาแล้ว ห่างหายกับการอัพสเปซเป็นเวลาเกือบ 5 เดือนด้วยกัน เนื่องจากมีการเปลี่ยนตำแหน่งงาน จากที่เคยวุ่นกับการเก็บเงินและตัวเลขต่างๆ ตอนนี้เราเป็นคนที่จัดการงานทั้งหมดเอง เรียกง่ายๆก็คือ มาขายงานเอง
สามเดือนกับการเป็นเซลส์เรือเจ้าพระยาครุยส์ ช่วงแรกๆดูงานค่อนข้างยาก รายละเอียดเยอะ แต่ไม่เกินความสามารถของเราหรอก สามเดือนที่ผ่านมาเราสามารถเก็บรายละเอียดและมีงานเหมาเรือของเราเองซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากพี่ๆด้วย จนสำเร็จลุล่วงไปแล้ว 4 ถึง 5 งาน และยังช่วยงานพวกพี่ๆเค้าอีก
เมื่อกลางเดือนมกราคม อยู่ๆเราก็ได้เจ้าแมวเหมียวมาโดยไม่ได้ตั้งตัว สุดท้ายก็เลี้ยงดูมันอย่างดี มันเป็นแมวที่น่ารักมาก เจ้าแมวเหมียวตัวผู้ ชื่อ สีเทา (บางคนถามว่าตั้งชื่อง่ายไปมั๊ย???) เราก็ภาวนาว่าอย่าให้เกิดเรื่องร้ายๆกับมันเหมือนที่เจ้าสีทองได้เจออีกเลย
เราก็ได้แต่หวังว่าชีวิตเราหลังจากนี้ เราจะเจอแต่สิ่งดีๆ ขอให้การตัดสินใจในเรื่องต่างๆของเราพาเราไปสู่จุดหมายและอนาคตที่ดีที่รอเราอยู่
ช่วงนี้หัวใจของเราไม่ค่อยแข็งแรง อ่อนไหว หวั่นไหว ใกล้จะหมดแรงเต็มที รู้สึกเหมือนเวลาใกล้จะหมด
...หรือว่าเราคิดมากไปเอง...
6 septembre อนาคตที่ไม่แน่นอนผ่านไปแล้วสามเดือนกับการทำงานที่บริษัทเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้วันหยุดของเรา 555+
(แอบมีวันหยุดกับเค้าด้วย เราหยุดทุกวันพฤหัส...วันอาทิตย์ไม่ต้องเข้าออฟฟิศเพื่อไปตอกบัตร สบายๆ)
วันที่ 14 กันยายน รอลุ้นผลกราวน์ของการบินไทย จะได้หรือไม่ได้
ถ้าไม่ได้...ก็เฉยๆ อยู่ที่เก่าก็สนุก...นั่งจับผิดคนไปเรื่อยๆ
แต่...ถ้าได้ขึ้นมา...จะไปหรือไม่ไป
เอาอีกแล้ว...การตัดสินใจ...เพื่ออนาคต...ที่ไม่แน่นอน
กราวน์การบินไทย...สัญญา 4 ปี ถ้าทำงานดีก็ต่อสัญญา...4 ปี เชียวหรือ?
ทำงานที่เดิม...ตำแหน่งอาจจะก้าวหน้าขึ้น...จากแคชเชียร์ (ที่มี 5 คนแล้ว!!!) เราอาจได้ทำอย่างอื่นที่อยากทำ
แม่เคยบอกว่า ใหญ่ในที่เล็กๆ ดีกว่าเล็กในที่ใหญ่ๆ...เราอยู่ที่นี้ เรากลายเป็นคนใหญ่...ไปไหนมีแต่คนเกรงใจ
การเป็นคนใหญ่...มีแต่คนประจบประแจง..เกลียดหว่ะ...ผู้ใหญ่บางคนก็มาประจบเราซะมากเกินไป...
เฮ้อ...เนี่ยแหละ...ชีวิต 29 juin วันแห่งความสุข...ที่เศร้าเคล้าน้ำตาวันพฤหัสเป็นฤกษ์ดีที่เราจะได้ไปเที่ยวกับแฟน
ไม่ได้เจอหน้ากันมาเดือนนึงแล้ว นานๆได้เจอกันก็รู้สึกมีความสุขเหมือนต้นไม้ที่ได้น้ำฝน ไปเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยกัน กินข้าว กินกาแฟด้วยกัน แต่เวลามีที่อยู่ก็น้อยเหลือเกิน เจอกันตอน 9.50 ก็เกือบ 10 โมงแล้ว ตอน 14.00 เราต้องเข้าไปทำงาน มีเวลาอยู่ด้วยกันแค่ 4 ชั่วโมง!!!
กลับมาถึงบ้านก็นั่งๆคิดเราก็รู้สึกใจหาย ตั้งแต่มาทำงานที่นี้ชีวิตส่วนตัวของเราที่เคยมีเวลาคุยเอมกับเพื่อนๆ และไปไหนมาไหนกับคนที่เรารัก (เช่นแม่เรา น้องสาว รวมถึงเติ้ล) ก็ลดน้อยลง แต่เราก็เข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของโลกที่ได้อย่าง ก็ต้องเสียอย่าง แต่เมื่อไหร่หล่ะที่เราจะพ้นช่วงนี้ไป?
นั่งคุยกับเติ้ลไปก็น้ำตาไหล รู้สึกแย่ที่ไม่มีเวลาให้เหมือนเมื่อก่อน แต่ทำยังไงได้หล่ะ ถ้าเราไม่สร้างรากฐานชีวิตของเราในเวลานี้ ในอนาคตเราจะอยู่ยังไง?
เอาหว่ะ...ยอมลำบากตอนนี้ เพื่ออนาคตอันสดใสที่รออยู่ข้างหน้า
ปล.1 กราวน์การบินไทยเปิดรับแล้ว...อยากเปลี่ยนงานจัง...ไม่อยากทำงานกับพวกผู้ใหญ่ปัญญาอ่อน...กรูหล่ะเซ็ง
ปล.2 คิดถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทุกคนนะ ถ้าว่างๆก็โทรมาคุยกับเราได้นะ เราเหงา ฮือ... 23 juin ผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์กับการทำงาน - ชีวิตฉันมีแต่ "สีม่วง" หลังจากที่เจ้าแมวเหมียวของนุ่นได้จากไป ในวันเดียวกันนั้นนุ่นก็ต้องไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทแห่งหนึ่ง(ซึ่งคุณแม่ทำอยู่เหมือนกัน...เด็กเส้นจริงจังนะเรา)บริษัทนี้นุ่นมีโอกาสได้ทำงานครั้งแรกเมื่อตอนขึ้นปีสอง ไปเป็นวิทยากรเสริมของการสัมมนาบนเรือ "เจ้าพระยาครุ๊ยส์" และแล้วนุ่นก็กลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มาในตำแหน่ง "แคชเชียร์"
...อืมม...จบโบราณมาเพื่อเป็น "แคชเชียร์" ไม่ได้ทำถาวรหรอก เพราะช่วงนี้ระบบแคชเชียร์แบบคอมพิวเตอร์ยังไม่เข้ามา นุ่นเลยมาเป็นทัพเสริม
การทำงานใน 1 วัน เริ่มตั้งแต่บ่ายสอง นุ่นต้องเข้า office ไปทำ boarding pass ให้ลูกค้าที่จองโต๊ะมาแล้ว และต้องไปต้อนรับลูกค้าที่ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ สี่พระยาตอน 5 โมงเย็น เพราะมีรอบ Sunset แน่นอนหล่ะมีทั้งคนไทยและต่างชาติมากมาย ได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษก็คราวนี้หล่ะ เวลา 6 โมงเย็นจะวุ่นที่สุดในโลก ลูกค้าจะแห่กันมา ไอ้เราต้องคอยช่วยพี่ที่เป็นแคชเชียร์อีก 2 คน ดูว่าใครชำระเงินมาแล้วบ้าง ได้โต๊ะหมายเลขเท่าไหร่ เรือออกกี่โมง กลับกี่โมง (6.45 น. ในบางครั้งก็ต้องไปรับลูกค้าต่างชาติที่โรงแรมรอยัล ออคิด ซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน) เวลา 1 ทุ่มตรงได้เวลาลงเรือ หน้าที่บนเรือของนุ่นคือคอยเช็คว่าโต๊ะไหนสั่งเครื่องดื่ม ดูจำนวนบิลที่สั่ง ใครเป็นคนรับเงินมา ทอนเงินเท่าไหร่ เสร็จเวลา 3 ทุ่ม ได้เวลานุ่นกลับบ้านแล้ว
แล้วเราก็ได้ความสามารถเพิ่มเติมในการคิดเงิน ไม่น่าอยากเชื่อ อุตส่าห์หนีไอ้อาชีพที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขและการคิดเงินมาแล้วนะ ไม่วายมาเจองานนี้ เอาเถอะ เรารอเวลาที่จะทำตำแหน่งอื่นๆ ตอนนี้ฝึกวิทยายุทธไปก่อน 555+
ปล. ถูกโฉลกกับสีม่วงที่สุด เกิดวันเสาร์ (สีประจำวันเกิด - สีม่วง) ตอนอยู่สามเสน ม.ปลายเป็นหลีดให้คณะเชียงแสน (สีประจำคณะเชียงแสน - สีม่วง) เอนท์ติดคณะโบราณคดี (สีประจำคณะโบราณฯ - สีม่วง) ทำงานเรือเจ้าพระยาครุ๊ยส์ (สีประจำเรือ - สีม่วงทอง) เคยคบกับพี่ต้นซึ่งเป็นเด็กกรุงเทพคริสเตียน (สีประจำโรงเรียน - สีม่วงทอง) หลังจากนั้นก็คบกับเด็กมหาลัยเดียวกันซึ่งก็เกิดวันเสาร์ (สีม่วงคับ) ปัจจุบันคบกับ "เติ้ล" ซึ่งเกิดวันเสาร์ (สีม่วงอีก) พี่ที่ทำแคชเชียร์ด้วยกันก้อเป็นชาว "สีม่วง" 555+ ว่าจะเปลี่ยนฉายาเป็น Purple Lady แล้ว
ปล.2 ถ้าได้ทำงานที่การบินไทยก็จะดีนะ 555+ เพราะการบินไทยรักคุณเท่าฟ้านั้นใช้สีม่วงเหมือนกัน อิอิ |
I like...
Music is a part of life
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|